counter 6,140

Profile

AiZaKi

Calendar

J
S M T W T F S
     
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 

Archive

June 2008

Recent Readers

You!
Join storythai!

TangmoZz
~*+>>>>+~*| A l o n e |*~+<<<<+*~
YoKo Milk
Cogito, ergo sum
*[MOc!!Z;*;
*GOLFZYEZA
AiZaKi
PatTy9irL✿
เวลา
++ DiaRiiz For Me ++ ~!!Love LoVe You 4EveR !!~ [[P'OFF]]*

จุดจบของปัญหา...

        ตอนนี้ปัญหาที่ค้างคามาตลอดหนึ่งปีเต็ม  ดูเหมือนว่าจะคลี่คลายไปแล้ว  แต่ว่าจะดีหรือไม่นั้นเราเองก็คงบอกไม่ได้  ...สำหรับตัวเองแล้ว คิดว่าได้ทำตามที่อยากให้เป็นมันก็น่าจะดีที่สุด  อย่างน้อยเราก็ไม่ต้องโกหกตัวเองถึงความรู้สึกจริงๆ  ทั้งที่ตอนแรกคิดว่าจะเชื่อคนอื่น.. จะใช่เสียงส่วนรวมหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ  แต่ก็ได้เห็นได้ยินมาแบบนั้น  ซึ่งจะบอกว่ามันก็คงไม่ได้ยุติธรรมเท่าไหร่  เมื่อมาคิดๆดู  ทำไมเราต้องเป็นแบบนั้น  แล้วทำไมเราต้องทำแบบนั้น  ในเมื่อใจจริงของเรามันก็ไม่ได้รู้สึกแบบนั้น  จะทรยศความรู้สึกของตัวเองมันก็ยังไงๆอยู่นะ  แต่สิ่งเหล่านี้มันกลับกลายเป็นการที่ทำให้คนรอบข้างยอมรับเรา  แม้จะไม่ใช่ซะทั้งหมดทุกคน  ในเมื่อคนที่ใกล้ตัวยิ่งกว่า  กลับมองว่าเราควรจะทำแบบที่เราคิดและที่เราอยากให้เป็นมากกว่า...  รู้สึกดีที่มีคนบอกแบบนี้  แต่ถ้าเราตัดสินใจแบบนั้นลงไปแล้วล่ะก็มันจะเป็นอย่างไรต่อไปกัน  ในเมื่อคนใกล้ตัวเหล่านั้นไม่ได้มาอยู่ในสถานการณ์แบบที่เรากำลังเผชิญ  เขาเหล่านั้นจะไม่มีวันรับรู้ได้เลยว่าความจริงอันแสนน่าลำบากใจหากเราตัดสินใจในครั้งนี้ไปแบบนั้น  ผลมันจะเป็นอย่างไร  จริงอยู่ว่าเราควรทำตามอย่างที่เรารู้สึก  หากแต่ว่าบางครั้งการกระทำเหล่านั้นมันไม่ได้ทำให้เรารู้สึกดีหรือเป็นสุขอย่างที่ควรจะเป็น  ...แล้วเราจะเลือกทางไหนดี  เชื่อตัวเองหรือเชื่อคนอื่น ...คนที่เราต้องเจอในฐานะ'สายรหัสเดียวกัน

       จะอย่างไรก็แล้วแต่... ตอนนี้เราได้ตัดสินใจไปแล้ว  และคำพูดมันก็ไม่มีวันหวนคืนได้ในความเป็นจริง  ในเมื่อพูดออกไปแบบนั้นแล้วก็ยากที่จะแก้ไขได้  เราเองก็ไม่ชอบพวกที่มักผิดคำพูด  ดังนั้นเราก็คงต้องยอมรับผลมันต่อไป  ทั้งที่ตอนนี้กลับรู้สึกไม่กล้าเผชิญกับความจริงซักเท่าไหร่  อยากหนีปัญหาไปซะให้พ้นๆ  ...อยากหลบไม่อยากเจอหน้าใคร  โดยเฉพาะคนที่ทำให้เรารู้สึกผิดมากๆในเวลาแบบนี้  ...พี่รหัส  เราไม่ได้โต้แย้งอะไรเมื่อฟังคำพูดเหล่านั้นมา  ไม่ได้แสดงท่าทีไม่พอใจ  หรือแม้แต่โต้เถียงใดๆ  แล้วแบบนี้จะเข้าข่ายที่ว่ายอมรับการตัดสินใจของอีกฝ่ายหรือเปล่า  ยินยอมที่จะเห็นด้วยแบบนั้นหรือเปล่า?  ...ทั้งที่ตอนนั้น  ใจจริงกลับไม่ได้คิดอยากทำอย่างที่เขาว่า  แต่ก็ไม่ได้พูดในสิ่งที่ตัวเองคิดออกไป  แล้วแบบนี้ฝ่ายนั้นเขาจะคิดว่าเราไม่ขัดข้องอะไรหรือเปล่า  ...มันก็ไม่ผิดหากคนพูดจะคิดแบบนั้น  ในเมื่อคนฟังก็เอาแต่เงียบท่าเดียว  ...อยากจะบอกออกไป  อยากจะพูดออกไปอย่างที่รู้สึก  แต่มันก็ทำไม่ได้  ก็เพราะคำว่าไม่กล้านี่แหละที่มันค้ำคออยู่  หากว่ากล้ากว่านี้อีกนิด  อย่างน้อยๆก็อาจทำให้ใครบางคนที่เป็นบุคคลที่ถูกอ้างถึงในการสนทนากลับกลายเป็นคนดีขึ้นมาได้บ้าง  ทั้งที่ก็พอจะรู้อยู่เต็มอกว่าไม่มีวัน...  ในเมื่อคนพูดคิดแบบนั้น  และจากการได้ฟังมาเราก็พอจะเข้าใจในความรู้สึกของคนพูดอยู่บ้าง  ว่าคงรู้สึกไม่ค่อยดีซักเท่าไหร่  อาจจะไม่แย่  แต่อย่างน้อยก็ทำให้คิดไปได้ว่าบุคคลที่เป็นประเด็นสำคัญในครั้งนี้  ไม่ได้รู้สึกรู้สาอยากจะเข้ามาเกี่ยวดองกันซักเท่าไหร่  ...ถึงไม่ให้ความสำคัญกับคำว่า'สายรหัส'

        ถึงแม้จะมองว่าเป็นแบบนั้น  ...เราเองก็ไม่อาจจะบอกได้จริงๆว่าฝ่ายที่ถูกอ้างถึง  มีความรู้สึกอย่างไรกันแน่  ...บางครั้งก็อดคิดไม่ได้ว่ามันจริงที่ฝ่ายนั้นไม่ได้อยากจะเข้ามาอยู่ในสายรหัสเดียวกัน  จากการกระทำที่เห็นๆ  หรือแม้ว่าการให้สัญญาไว้แล้วกลับกลายเป็นว่าทำไม่ได้ ...นั้นคือสิ่งที่เราไม่ค่อยจะชอบซักเท่าไหร่  เพราะอย่างน้อยๆแล้วในตอนนั้นเราก็แอบหวังอยู่ลึกๆ  หากว่าทำตามอย่างที่พูดไว้ได้จริงๆ  เราเองก็สบายใจไปด้วย  ...พี่ๆก็คงจะยอมรับกันโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ  แต่ในเมื่อทุกอย่างมันกลับกลายเป็นแบบนี้  มันก็ช่วยไม่ได้จริงๆ  ในเมื่อเราเองก็ไม่ได้อยู่ในฐานะที่เป็นใหญ่  เมื่อเทียบกับคนอื่นๆ  และอีกอย่างคนที่ผิดคำพูดมันก็รู้ดีกันอยู่แล้วว่าเป็นใคร  ไม่มีใครยื่นข้อเสนอแบบนั้นให้...  แต่เจ้าตัวกลับกล้ายืนยันแน่ชัดว่าทำได้  แล้วสุดท้ายมันก็ต้องผิดหวังไปตามๆกัน  คนอื่นเราไม่รู้ว่ารู้สึกอย่างไร  แต่สำหรับเราก็ผิดหวังมากๆในตอนนั้น  ผิดหวังในฐานะพี่รหัส ...ในเมื่อน้องทำไม่ได้  แล้วจะให้พี่ทำอย่างไร  เพราะพี่เองก็ไม่ชอบคนผิดคำพูดเหมือนกัน  ถึงแม้เหตุการณ์มันจะดูแย่ไปซักหน่อย  และเราเองก็จำไม่ได้ว่าผ่านช่วงนั้นมาได้อย่างไร  แต่ที่แน่ๆ...ทุกคนในสายก็คงรู้สึกไม่ค่อยชอบน้องซักเท่าไหร่  ถ้าจะถามตัวเรา  ในตอนนั้นก็ตัดใจไปแล้วว่าคงไม่รับเหมือนกัน  ในเมื่อน้องเองก็ไม่เห็นความสำคัญในจุดนี้  เรื่องง่ายๆและไม่น่าจะซีเรียส  แต่มันก็ทำให้รู้สึกเครียดพิลึก  เรื่องที่ไม่น่าเก็บเอามาคิด  แต่เราก็ยังคิด ...หากว่าคนนั้นไม่ใช่น้องรหัสเรา  เราคงไม่เครียด  ถ้าถามว่าเพราะน้องเป็นผู้ชายหรือเปล่า?  ถึงได้รู้สึกแบบนี้  มันก็ไม่ใช่หรอก  ย้ำอีกครั้งว่าไม่ใช่แน่นอน  ต่อให้น้องเป็นผู้หญิงเราก็คงรู้สึกไม่ต่างกัน  ในเมื่อโชคชะตานำพาให้เรามาเป็นพี่น้องร่วมสาย  ถึงแม้ดูไม่สำคัญ  ...แต่มันก็ทำให้ได้มองเห็นในอีกหลายๆแง่มุม  คำว่าสายรหัสแม้มันดูไม่สำคัญ  บางคนมองว่าไม่มีสายรหัสก็ไม่เห็นเป็นไร  ...มันก็จริงอยู่  เพราะเราเองก็คิดแบบนั้นแม้กระทั่งตอนนี้ก็ตาม  แต่ในเมื่อคนอื่นๆเค้าก็มีกัน  เรามีบ้างก็คงไม่ได้แปลกแยกอะไร  ก็แค่ได้รู้จักได้คุยกันบ้าง  หรือแม้แต่ปริกษาเรื่องเรียน...  มันก็ทำให้เรารู้สึกว่าหนึ่งชีวิตในการเป็นนักศึกษามันมีอะไรๆให้เรียนรู้ตั้งมากมาย  ผู้คนหลายหลายที่ได้พบเจอ  เพื่อนพ้องมากหน้าหลายตา เรียนรู้บุคคล  เรียนรู้ความคิดของผู้อื่น  หรือแม้แต่การปรับตัวให้เข้ากับผู้อื่น ทุกสิ่งทุกอย่างมันสอนให้เราเป็นผู้ใหญ่ขึ้น 

       แต่ในเวลาแบบนี้  ขอคิดแบบเด็กๆบ้างจะผิดหรือเปล่ากัน  แม้ว่าได้ตัดสินใจไปแล้ว  แต่ก็อยากจะวิ่งหนีปัญหาที่จะเกิด  จำได้ที่น้องโทรมาถามว่า

       'ตกลงแล้วผมถูกตัดสายหรือเปล่าครับ'

       ในตอนนั้นมันพูดไม่ออกซะจริงๆ  ถามมาแบบนั้นมันก็อึ้งไม่น้อยล่ะ  ถ้าให้ตอบจากสิ่งที่ได้ฟังมาจากคนอื่นในสายล่ะก็...แน่นอนแล้วว่าน้องถูกตัดสาย  แต่ถ้าถามพี่  พี่ไม่ตัดหรอก... ถึงแม้น้องจะเคยผิดคำพูดก็เถอะ  รู้สึกแย่เหมือนกันตอนนั้น  แต่น้องก็ทำให้พี่รู้สึกว่าเลือกที่จะให้อภัยในจุดนั้น  เพราะพี่ละอายใจมากกว่า  คำทักทายเวลาเจอกัน  มันทำให้พี่รู้สึกไม่ดีมากๆหากว่าจะตัดสาย  ในเมื่อน้องทำให้พี่อดคิดไม่ได้ว่าน้องยังคุยกับพี่ดีกว่าที่พี่คุยกับพี่รหัสของตัวเอง  ไม่รู้หรอกนะว่าจริงๆแล้วจะเต็มใจมาทักกันหรือเปล่า  หรืออาจจะด้วยเหตุผลอื่นที่พี่ไม่รู้  ถึงแม้จะรู้จักไม่นาน  แต่พี่ก็รู้ว่าน้องเป็นคนปากหวาน ก็เลือกที่จะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งน่าจะดีกว่า...

       สรุปแล้วก็เลยบอกน้องว่ารับ  เราเป็นคนเดียวในสายที่เซ็นชื่อรับ...  ไม่เอาคืนหรอกลายเซ็นต์นั้น  ถึงแม้จะเคยแอบคิดว่าอยากไปลบทิ้งซะให้รู้แล้วรู้รอดไป  แต่ด้วยความละอายใจ  บวกกับความสงสารอีกนิดหน่อย  มันก็ตัดไม่ลงจริงๆ  เคยคิดเหมือนกันนะ  อยากรู้ว่าคนที่ถูกพี่ตัดสายจะรู้สึกอย่างไร  น้อยใจหรือเปล่า...หรือว่าไม่รู้สึกอะไรเลย  แต่อย่างน้อยๆก็คงจะต้องแอบอิจฉาคนอื่นๆอยู่บ้างไม่มากก็น้อยแหละที่เห็นเค้ามีสายรหัสกันหมด  เว้นเสียแต่ว่าคนๆจะรักสันโดดและไม่เห็นความสำคัญของเรื่องนี้เลยจริงๆ  สำหรับการเป็นพี่ปีสอง  และรู้ว่ากำลังจะได้เป็นพี่รหัสมันก็อดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้  ถึงแม้มันจะเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย  แต่ก็ยังรอคอยวันจับสาย...อยากรู้ว่าจะได้น้องเป็นแบบไหน  ผู้ชายหรือผูหญิง  น้องชื่ออะไร  ...ยอมรับเลยว่าพี่ทุกคนก็คงอยากได้น้องกันทั้งนั้น  เราเองก็ด้วย...

       แต่เมื่อได้เป็นพี่รหัสแล้วจริงๆ  มันก็ไม่เห็นจะมีอะไรเลย  เคยมีคนบอกว่ามันก็แค่เห่อกันพักๆเท่านั้น  เดี๋ยวก็เลิกรากันไป  ต่างคนต่างอยู่ ...แต่เราก็ไม่เห็นว่ามันจะเป็นแบบนั้น  เพราะยังไงก็อยู่คณะเดียวกันสาขาเดียวกัน  มันจะหลบกันไปไหนพ้น  ก็ต้องเจอกันอยู่ดีนั่นแหละ ...แค่วันนี้หรือวันพรุ่งก็เท่านั้น 

       ซึ่งก็เหมือนกัน ...แม้ว่านี่จะเป็นจุดจบของปัญหาที่ค้างคามานานร่วมหนึ่งปีเต็ม  มันก็อาจจะไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด  ที่จะทำให้ทุกคนเกิดความเห็นชอบตามนั้น  แต่ท้ายที่สุดแล้ว  อย่างน้อยๆมันก็ทำให้เราไม่ต้องรู้สึกละอายใจอย่างที่เป็น  เราตัดสินใจไปแบบนี้  เชื่อว่าจะต้องเกิดความขัดแย้งกันบ้างแน่ๆ  เพราะพี่ๆอาจจะไม่เห็นด้วย... เขาก็คงคิดว่าเราจะตัดขาดไปอย่างที่มันน่าจะเป็น  และอย่างที่เขาอยากให้เป็น แต่ถ้าทำแบบนั้น  เราเองต่างหากที่จะเป็นฝ่ายที่รู้สึกแย่กับการกระทำแบบนั้น  แม้น้องจะดูแย่ในความรู้สึกพี่  แต่สำหรับเราแล้วก็ไม่ได้แย่ซะทีเดียว  อยากจะเชื่ออย่างนั้นนะ ... แต่ไม่รู้ว่าต่อๆไปจะเป็นอย่างไรก็ตาม  เราก็คงต้องก้มหน้ารับสิ่งที่จะเกิดขึ้นจากการกระทำของตัวเอง  ได้แต่ภาวนาให้ทุกคนเห็นด้วยกับการตัดสินใจของเรา  หนึ่งชีวิตกับการเป็นพี่รหัส... ขอมีน้องซักคนก็ยังดี  


งดรับ comment คนที่ไม่ได้เป็นสมาชิกชั่วคราว เพื่อตรวจสอบปัญหา Spam ครับ
ขออภัยในความไม่สะดวกด้วย

Firefox 2
แก้ปัญหาเม้นไอคอนไม่ติด ด้วย Firefox

aizaki