จุดจบของปัญหา...
ตอนนี้ปัญหาที่ค้างคามาตลอดหนึ่งปีเต็ม ดูเหมือนว่าจะคลี่คลายไปแล้ว แต่ว่าจะดีหรือไม่นั้นเราเองก็คงบอกไม่ได้ ...สำหรับตัวเองแล้ว คิดว่าได้ทำตามที่อยากให้เป็นมันก็น่าจะดีที่สุด อย่างน้อยเราก็ไม่ต้องโกหกตัวเองถึงความรู้สึกจริงๆ ทั้งที่ตอนแรกคิดว่าจะเชื่อคนอื่น.. จะใช่เสียงส่วนรวมหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ แต่ก็ได้เห็นได้ยินมาแบบนั้น ซึ่งจะบอกว่ามันก็คงไม่ได้ยุติธรรมเท่าไหร่ เมื่อมาคิดๆดู ทำไมเราต้องเป็นแบบนั้น แล้วทำไมเราต้องทำแบบนั้น ในเมื่อใจจริงของเรามันก็ไม่ได้รู้สึกแบบนั้น จะทรยศความรู้สึกของตัวเองมันก็ยังไงๆอยู่นะ แต่สิ่งเหล่านี้มันกลับกลายเป็นการที่ทำให้คนรอบข้างยอมรับเรา แม้จะไม่ใช่ซะทั้งหมดทุกคน ในเมื่อคนที่ใกล้ตัวยิ่งกว่า กลับมองว่าเราควรจะทำแบบที่เราคิดและที่เราอยากให้เป็นมากกว่า... รู้สึกดีที่มีคนบอกแบบนี้ แต่ถ้าเราตัดสินใจแบบนั้นลงไปแล้วล่ะก็มันจะเป็นอย่างไรต่อไปกัน ในเมื่อคนใกล้ตัวเหล่านั้นไม่ได้มาอยู่ในสถานการณ์แบบที่เรากำลังเผชิญ เขาเหล่านั้นจะไม่มีวันรับรู้ได้เลยว่าความจริงอันแสนน่าลำบากใจหากเราตัดสินใจในครั้งนี้ไปแบบนั้น ผลมันจะเป็นอย่างไร จริงอยู่ว่าเราควรทำตามอย่างที่เรารู้สึก หากแต่ว่าบางครั้งการกระทำเหล่านั้นมันไม่ได้ทำให้เรารู้สึกดีหรือเป็นสุขอย่างที่ควรจะเป็น ...แล้วเราจะเลือกทางไหนดี เชื่อตัวเองหรือเชื่อคนอื่น ...คนที่เราต้องเจอในฐานะ'สายรหัสเดียวกัน
จะอย่างไรก็แล้วแต่... ตอนนี้เราได้ตัดสินใจไปแล้ว และคำพูดมันก็ไม่มีวันหวนคืนได้ในความเป็นจริง ในเมื่อพูดออกไปแบบนั้นแล้วก็ยากที่จะแก้ไขได้ เราเองก็ไม่ชอบพวกที่มักผิดคำพูด ดังนั้นเราก็คงต้องยอมรับผลมันต่อไป ทั้งที่ตอนนี้กลับรู้สึกไม่กล้าเผชิญกับความจริงซักเท่าไหร่ อยากหนีปัญหาไปซะให้พ้นๆ ...อยากหลบไม่อยากเจอหน้าใคร โดยเฉพาะคนที่ทำให้เรารู้สึกผิดมากๆในเวลาแบบนี้ ...พี่รหัส เราไม่ได้โต้แย้งอะไรเมื่อฟังคำพูดเหล่านั้นมา ไม่ได้แสดงท่าทีไม่พอใจ หรือแม้แต่โต้เถียงใดๆ แล้วแบบนี้จะเข้าข่ายที่ว่ายอมรับการตัดสินใจของอีกฝ่ายหรือเปล่า ยินยอมที่จะเห็นด้วยแบบนั้นหรือเปล่า? ...ทั้งที่ตอนนั้น ใจจริงกลับไม่ได้คิดอยากทำอย่างที่เขาว่า แต่ก็ไม่ได้พูดในสิ่งที่ตัวเองคิดออกไป แล้วแบบนี้ฝ่ายนั้นเขาจะคิดว่าเราไม่ขัดข้องอะไรหรือเปล่า ...มันก็ไม่ผิดหากคนพูดจะคิดแบบนั้น ในเมื่อคนฟังก็เอาแต่เงียบท่าเดียว ...อยากจะบอกออกไป อยากจะพูดออกไปอย่างที่รู้สึก แต่มันก็ทำไม่ได้ ก็เพราะคำว่าไม่กล้านี่แหละที่มันค้ำคออยู่ หากว่ากล้ากว่านี้อีกนิด อย่างน้อยๆก็อาจทำให้ใครบางคนที่เป็นบุคคลที่ถูกอ้างถึงในการสนทนากลับกลายเป็นคนดีขึ้นมาได้บ้าง ทั้งที่ก็พอจะรู้อยู่เต็มอกว่าไม่มีวัน... ในเมื่อคนพูดคิดแบบนั้น และจากการได้ฟังมาเราก็พอจะเข้าใจในความรู้สึกของคนพูดอยู่บ้าง ว่าคงรู้สึกไม่ค่อยดีซักเท่าไหร่ อาจจะไม่แย่ แต่อย่างน้อยก็ทำให้คิดไปได้ว่าบุคคลที่เป็นประเด็นสำคัญในครั้งนี้ ไม่ได้รู้สึกรู้สาอยากจะเข้ามาเกี่ยวดองกันซักเท่าไหร่ ...ถึงไม่ให้ความสำคัญกับคำว่า'สายรหัส'
ถึงแม้จะมองว่าเป็นแบบนั้น ...เราเองก็ไม่อาจจะบอกได้จริงๆว่าฝ่ายที่ถูกอ้างถึง มีความรู้สึกอย่างไรกันแน่ ...บางครั้งก็อดคิดไม่ได้ว่ามันจริงที่ฝ่ายนั้นไม่ได้อยากจะเข้ามาอยู่ในสายรหัสเดียวกัน จากการกระทำที่เห็นๆ หรือแม้ว่าการให้สัญญาไว้แล้วกลับกลายเป็นว่าทำไม่ได้ ...นั้นคือสิ่งที่เราไม่ค่อยจะชอบซักเท่าไหร่ เพราะอย่างน้อยๆแล้วในตอนนั้นเราก็แอบหวังอยู่ลึกๆ หากว่าทำตามอย่างที่พูดไว้ได้จริงๆ เราเองก็สบายใจไปด้วย ...พี่ๆก็คงจะยอมรับกันโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ แต่ในเมื่อทุกอย่างมันกลับกลายเป็นแบบนี้ มันก็ช่วยไม่ได้จริงๆ ในเมื่อเราเองก็ไม่ได้อยู่ในฐานะที่เป็นใหญ่ เมื่อเทียบกับคนอื่นๆ และอีกอย่างคนที่ผิดคำพูดมันก็รู้ดีกันอยู่แล้วว่าเป็นใคร ไม่มีใครยื่นข้อเสนอแบบนั้นให้... แต่เจ้าตัวกลับกล้ายืนยันแน่ชัดว่าทำได้ แล้วสุดท้ายมันก็ต้องผิดหวังไปตามๆกัน คนอื่นเราไม่รู้ว่ารู้สึกอย่างไร แต่สำหรับเราก็ผิดหวังมากๆในตอนนั้น ผิดหวังในฐานะพี่รหัส ...ในเมื่อน้องทำไม่ได้ แล้วจะให้พี่ทำอย่างไร เพราะพี่เองก็ไม่ชอบคนผิดคำพูดเหมือนกัน ถึงแม้เหตุการณ์มันจะดูแย่ไปซักหน่อย และเราเองก็จำไม่ได้ว่าผ่านช่วงนั้นมาได้อย่างไร แต่ที่แน่ๆ...ทุกคนในสายก็คงรู้สึกไม่ค่อยชอบน้องซักเท่าไหร่ ถ้าจะถามตัวเรา ในตอนนั้นก็ตัดใจไปแล้วว่าคงไม่รับเหมือนกัน ในเมื่อน้องเองก็ไม่เห็นความสำคัญในจุดนี้ เรื่องง่ายๆและไม่น่าจะซีเรียส แต่มันก็ทำให้รู้สึกเครียดพิลึก เรื่องที่ไม่น่าเก็บเอามาคิด แต่เราก็ยังคิด ...หากว่าคนนั้นไม่ใช่น้องรหัสเรา เราคงไม่เครียด ถ้าถามว่าเพราะน้องเป็นผู้ชายหรือเปล่า? ถึงได้รู้สึกแบบนี้ มันก็ไม่ใช่หรอก ย้ำอีกครั้งว่าไม่ใช่แน่นอน ต่อให้น้องเป็นผู้หญิงเราก็คงรู้สึกไม่ต่างกัน ในเมื่อโชคชะตานำพาให้เรามาเป็นพี่น้องร่วมสาย ถึงแม้ดูไม่สำคัญ ...แต่มันก็ทำให้ได้มองเห็นในอีกหลายๆแง่มุม คำว่าสายรหัสแม้มันดูไม่สำคัญ บางคนมองว่าไม่มีสายรหัสก็ไม่เห็นเป็นไร ...มันก็จริงอยู่ เพราะเราเองก็คิดแบบนั้นแม้กระทั่งตอนนี้ก็ตาม แต่ในเมื่อคนอื่นๆเค้าก็มีกัน เรามีบ้างก็คงไม่ได้แปลกแยกอะไร ก็แค่ได้รู้จักได้คุยกันบ้าง หรือแม้แต่ปริกษาเรื่องเรียน... มันก็ทำให้เรารู้สึกว่าหนึ่งชีวิตในการเป็นนักศึกษามันมีอะไรๆให้เรียนรู้ตั้งมากมาย ผู้คนหลายหลายที่ได้พบเจอ เพื่อนพ้องมากหน้าหลายตา เรียนรู้บุคคล เรียนรู้ความคิดของผู้อื่น หรือแม้แต่การปรับตัวให้เข้ากับผู้อื่น ทุกสิ่งทุกอย่างมันสอนให้เราเป็นผู้ใหญ่ขึ้น
แต่ในเวลาแบบนี้ ขอคิดแบบเด็กๆบ้างจะผิดหรือเปล่ากัน แม้ว่าได้ตัดสินใจไปแล้ว แต่ก็อยากจะวิ่งหนีปัญหาที่จะเกิด จำได้ที่น้องโทรมาถามว่า
'ตกลงแล้วผมถูกตัดสายหรือเปล่าครับ'
ในตอนนั้นมันพูดไม่ออกซะจริงๆ ถามมาแบบนั้นมันก็อึ้งไม่น้อยล่ะ ถ้าให้ตอบจากสิ่งที่ได้ฟังมาจากคนอื่นในสายล่ะก็...แน่นอนแล้วว่าน้องถูกตัดสาย แต่ถ้าถามพี่ พี่ไม่ตัดหรอก... ถึงแม้น้องจะเคยผิดคำพูดก็เถอะ รู้สึกแย่เหมือนกันตอนนั้น แต่น้องก็ทำให้พี่รู้สึกว่าเลือกที่จะให้อภัยในจุดนั้น เพราะพี่ละอายใจมากกว่า คำทักทายเวลาเจอกัน มันทำให้พี่รู้สึกไม่ดีมากๆหากว่าจะตัดสาย ในเมื่อน้องทำให้พี่อดคิดไม่ได้ว่าน้องยังคุยกับพี่ดีกว่าที่พี่คุยกับพี่รหัสของตัวเอง ไม่รู้หรอกนะว่าจริงๆแล้วจะเต็มใจมาทักกันหรือเปล่า หรืออาจจะด้วยเหตุผลอื่นที่พี่ไม่รู้ ถึงแม้จะรู้จักไม่นาน แต่พี่ก็รู้ว่าน้องเป็นคนปากหวาน ก็เลือกที่จะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งน่าจะดีกว่า...
สรุปแล้วก็เลยบอกน้องว่ารับ เราเป็นคนเดียวในสายที่เซ็นชื่อรับ... ไม่เอาคืนหรอกลายเซ็นต์นั้น ถึงแม้จะเคยแอบคิดว่าอยากไปลบทิ้งซะให้รู้แล้วรู้รอดไป แต่ด้วยความละอายใจ บวกกับความสงสารอีกนิดหน่อย มันก็ตัดไม่ลงจริงๆ เคยคิดเหมือนกันนะ อยากรู้ว่าคนที่ถูกพี่ตัดสายจะรู้สึกอย่างไร น้อยใจหรือเปล่า...หรือว่าไม่รู้สึกอะไรเลย แต่อย่างน้อยๆก็คงจะต้องแอบอิจฉาคนอื่นๆอยู่บ้างไม่มากก็น้อยแหละที่เห็นเค้ามีสายรหัสกันหมด เว้นเสียแต่ว่าคนๆจะรักสันโดดและไม่เห็นความสำคัญของเรื่องนี้เลยจริงๆ สำหรับการเป็นพี่ปีสอง และรู้ว่ากำลังจะได้เป็นพี่รหัสมันก็อดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้ ถึงแม้มันจะเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย แต่ก็ยังรอคอยวันจับสาย...อยากรู้ว่าจะได้น้องเป็นแบบไหน ผู้ชายหรือผูหญิง น้องชื่ออะไร ...ยอมรับเลยว่าพี่ทุกคนก็คงอยากได้น้องกันทั้งนั้น เราเองก็ด้วย...
แต่เมื่อได้เป็นพี่รหัสแล้วจริงๆ มันก็ไม่เห็นจะมีอะไรเลย เคยมีคนบอกว่ามันก็แค่เห่อกันพักๆเท่านั้น เดี๋ยวก็เลิกรากันไป ต่างคนต่างอยู่ ...แต่เราก็ไม่เห็นว่ามันจะเป็นแบบนั้น เพราะยังไงก็อยู่คณะเดียวกันสาขาเดียวกัน มันจะหลบกันไปไหนพ้น ก็ต้องเจอกันอยู่ดีนั่นแหละ ...แค่วันนี้หรือวันพรุ่งก็เท่านั้น
ซึ่งก็เหมือนกัน ...แม้ว่านี่จะเป็นจุดจบของปัญหาที่ค้างคามานานร่วมหนึ่งปีเต็ม มันก็อาจจะไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด ที่จะทำให้ทุกคนเกิดความเห็นชอบตามนั้น แต่ท้ายที่สุดแล้ว อย่างน้อยๆมันก็ทำให้เราไม่ต้องรู้สึกละอายใจอย่างที่เป็น เราตัดสินใจไปแบบนี้ เชื่อว่าจะต้องเกิดความขัดแย้งกันบ้างแน่ๆ เพราะพี่ๆอาจจะไม่เห็นด้วย... เขาก็คงคิดว่าเราจะตัดขาดไปอย่างที่มันน่าจะเป็น และอย่างที่เขาอยากให้เป็น แต่ถ้าทำแบบนั้น เราเองต่างหากที่จะเป็นฝ่ายที่รู้สึกแย่กับการกระทำแบบนั้น แม้น้องจะดูแย่ในความรู้สึกพี่ แต่สำหรับเราแล้วก็ไม่ได้แย่ซะทีเดียว อยากจะเชื่ออย่างนั้นนะ ... แต่ไม่รู้ว่าต่อๆไปจะเป็นอย่างไรก็ตาม เราก็คงต้องก้มหน้ารับสิ่งที่จะเกิดขึ้นจากการกระทำของตัวเอง ได้แต่ภาวนาให้ทุกคนเห็นด้วยกับการตัดสินใจของเรา หนึ่งชีวิตกับการเป็นพี่รหัส... ขอมีน้องซักคนก็ยังดี

